ยุคสมัยที่เทคโนโลยีและความก้าวหน้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ผู้คนมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีเท่าที่ควร หรือบางรายขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้อาหารเสริมเข้ามามีบทบาทต่อผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น ซึ่งอาหารเสริมเหล่านี้ช่วยทดแทน ธาตุอาหารต่างๆ ในแต่ละวันที่เราไม่สามารถบริโภคได้ บางครั้งวิตามินอาจให้คุณค่าทางอาหารมากกว่าอาหารที่เรากินในแต่ละวัน เพราะอาหารสมัยนี้ผ่านการปรุงแต่งค่อนข้างมาก ทำให้คุณค่าทางอาหารเสียไป ด้วยเหตุนี้อาหารเสริมจึงได้รับความสนใจ

ความต้องการด้านสุขภาพยังเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะสังคมที่มีเวลาบีบรัดตัว ทำให้คนไม่มีเวลาดูแลตัวเองเท่าที่ควร แต่ก็ยังอยากให้ตัวเองดูดี เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะตอบโจทย์ได้ดีก็คือ อาหารเสริมและวิตามิน

สินค้าประเภทอาหารเสริมได้ผ่านเข้ามาในตลาดรูปแบบออนไลน์ ที่บรรดาดารานักร้องแชร์การออกกำลังกายและวิธีทานอาหารเสริมที่ทำให้น้ำหนักลดหรือผิวพรรณสวยงาม ทำให้คนหันมาสนใจและใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของคนในสังคมขณะนี้ อีกทั้งอาหารเสริมยังมีทั้งในรูปแบบเม็ดและแบบผง แล้วแต่ผู้บริโภคเลือกรับประทาน

แบรนด์อาหารเสริมต่างๆเริ่มทำการตลาดแข่งขันกัน ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลาย แบรนด์ต่างๆ จึงต้องงัดกลยุทธ์ใหม่ๆ ออกมาสู้กัน ทำให้อาหารเสริมและวิตามิน ของแบรนด์ตัวเองได้รับความสนใจมากที่สุด โดยการออกแบบอาหารเสริมและวิตามินให้กินได้ง่ายที่สุด ปรับรสชาติให้มีความอร่อย เหมือนน้ำผลไม้ หรืออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยดูสวยงาม มีการขายในราคาที่ไม่แพงมากนัก และเพิ่มปริมาณหรือมีพรีเซนเตอร์ที่เป็นคนดังมาช่วยโฆษณาส่งเสริมการขาย

ความต้องการของผู้บริโภคมีไม่สิ้นสุดถึงแม้ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล แต่ลูกค้าก็ยังเลือกที่จะบริโภค เพราะผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ไปอีกนาน และประหยัดเวลาในการเติมคุณค่าให้ร่างกาย  ธุรกิจค้าขายอาหารเสริมและวิตามิน ยังต้องดำเนินต่อไป คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพราะความต้องการของคนไม่มีจุดสิ้นสุดนั่นเอง

สังคมปัจจุบันมีการเลือกซื้ออาหารบำรุงสุขภาพ ในรูปแบบอาหารเสริม วิตามิน กันมากขึ้น ในหมู่คนรักสุขภาพ ด้วยวิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้บางคนเลือกกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่ครบหมู่ จึงมองหาอาหารเสริม แต่ด้วยผลิตภัณฑ์อาหารเสริม วิตามิน ที่แข่งกันออกมาวางขายในท้องตลาดมีมากมาย เราควรต้องศึกษาถึงประโยชน์ที่แท้จริง ความเหมาะสมของร่างกาย จะได้เลือกที่เหมาะกับสุขภาพของเราจริงๆ ไม่เปลืองเงินที่ซื้อไป

1. รู้ความต้องการอย่างแน่ชัด คุณต้องรู้ความต้องการของตนเองได้ คุณคิดจะกินวิตามินเพื่ออะไร เพื่อเป็นอาหารเสริม ชื่อก็บอกว่าเสริม เช่น เลือกกินแคลเซียมในกลุ่มกระดูกพรุน หญิงสูงวัยที่ผ่านการมีบุตร หรือคนวัยทอง หรือผู้ที่กลัวโรคหลอดเลือดหรือต้องการผิวชุ่มชื่นก็สามารถเลือกอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลา
2. หาข้อมูลให้ดี
– ถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญวิตามิน ต้องเลือกคนที่น่าเชื่อถือ น่าจะเป็นประโยชน์ที่สุด
– ถามผู้ทำธุรกิจ เภสัชกร ร้านยา เจ้าของร้านยาหรือเภสัชกรประจำสโตร์ใหญ่ ๆ เป็นอีกแหล่งที่ให้ความกระจ่างแก่คุณได้
– ข้อมูลจากเว็บไซต์ มีเว็บไซต์มากมายที่มีข้อมูลเกี่ยวกับวิตามิน
3. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรอง ทุกแบรนด์มักบอกว่าผลิตภัณฑ์ของตนดีเลิศประเสริฐสุด แต่เราจะวางใจได้อย่างไร ควรเลือกที่มีมาตรฐาน อย.รับรอง
4. ต้องรู้จักส่วนประกอบสำคัญ วิตามินชื่อเดียวกันบางยี่ห้อแสนจะถูกต่างกับบางยี่ห้อที่ราคาแสนแพงเราต้องมีความรู้ในการเลือก เช่น วิตามินอี ต้องเลือกแบบสกัดจากธรรมชาติ (d-alpha tocopherol ซึ่งราคาจะสูงกว่าแบบสังเคราะห์ (dl-alpha tocopherol) เพราะการดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า หรือแคลเซี่ยมทั่วไปที่ส่วนประกอบสำคัญคือ calcium carbonate ที่คุณจะพบเห็นทั่วไปแต่แคลเซี่ยมที่มีการดูดซึมดีกว่าคือ calcium citrate
5. ควรเปรียบเทียบยี่ห้อ เช่น วิตามินอีเหมือนกัน ยี่ห้อนั้นถูกกว่า แพงกว่า ควรเปรียบเทียบส่วนประกอบ ว่ามีปริมาณเท่ากันหรือต่างกันเท่าไหร่ บางทีปริมาณเท่ากันเลย แต่ราคาช่างต่างกันลิบลับ
6. เลือกจ่ายแบบฉลาด อย่าเลือกวิตามินเพราะถูกที่สุด โดยเฉพาะวิตามินที่ไม่เป็นที่รู้จัก คุณอาจได้ของแถมเป็นสารตกค้างหรือสารปนเปื้อนที่มากับวิตามิน หรือบางที่การดูดซึมไปใช้ที่ไม่มีประสิทธิภาพ
7. อย่าหลงตามกระแส ที่ไหน ๆ ในโลกก็ไม่แตกต่าง บ้านเราเองเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมากระแสอาหารเสริมแบบสาหร่ายเม็ดดูจะเป็นอาหารเสริมยอดฮิตของหลาย ๆ ครอบครัว ผู้ผลิตเห็นโอกาสต่างผลิตกันออกมาหลากหลายยี่ห้อ ภายหลังมีข่าวสารตะกั่วตกค้างในสาหร่ายที่เป็นวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารเสริม เลยทำเอาเลิกรา กันไป

weight-balanceหลายปีที่ผ่านมาอาหารเสริมคอลลาเจนกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะสารสกัดบำรุงสุขภาพ บำรุงผิวพรรณ มีอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายที่ผสมคอลลาเจนเพื่อดึงดูดผู้บริโภค มีตั้งแต่คอลลาเจนชนิดเม็ด ชนิดผง เครื่องดื่มผสมคอลลาเจน กาแฟผงผสมคอลลาเจน รังนกผสมคอลลาเจน สบู่ผสมคอลลาเจน ครีมทาผิว-ทาหน้าที่ผสมคอลลาเจน เป็นเรื่องจริงที่คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะคอลลาเจนไม่เพียงเป็นองค์ประกอบของผิวหนังเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ทุกๆเซลล์ในร่างกายไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นเนื้อเยื่อ เป็นอวัยวะ และร่างกายที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้ คอลลาเจนจึงมีปริมาณถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย เพราะเป็นโครงสร้างในส่วนที่ยืดหยุ่นของร่างกาย

มนุษย์เราเมื่ออายุเกิน 20 ปี จะสูญเสียคอลลาเจนทุกๆปีๆละ 1% เมื่อขาดคอลลาเจน ผลเสียที่ตามมาคือทำให้ผิวเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น หยาบกระด้าง ไม่ชุ่มชื่น ไม่ยืดหยุ่น เพราะฉะนั้นการเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวกายนั้นก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีและเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลง และการสลายตัวของคอลลาเจนตามธรรมชาติส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อย และหยาบกระด้าง ไม่ชุ่มชื่น ดังนั้นวิธีที่จะทำให้ผิวพรรณกลับคืนสู่ความวัยเยาว์นั้นก็คือการเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวคุณซึ่งมีอยู่หลายวิธี

การเสริมสร้างคอลลาเจนด้วยการรับประทาน ซึ่งมีการนำสารสกัดโปรตีนจากปลาทะเลบางประเภท ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายกับโครงสร้างของคอลลาเจนของผิวคน โดยวิธีการมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แล้วพบว่าภายหลังการรับประทานไประยะหนึ่งจะสามารถช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ริ้วรอยต่างๆจางหาย การนำสารสกัดโปรตีนคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อผลในการบำรุงผิวและลดริ้วรอยนั้นโดยการรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือโดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ วิธีการรับประทานจึงเป็นวิธีการที่สะดวกกว่า ผลที่ได้รับจากการบริโภคคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังอย่างได้ผล และทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น นุ่มเนียนขึ้น

“เราจะเลือกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอย่างไรดี เลือกยี่ห้อ แบรนด์ไหน ชนิดไหน แบบไหนดี ???” ถือว่าเป็นคำถามที่พบได้บ่อยพอสมควร จึงต้องแจงเป็นข้อๆถึงวิธีการเลือกอาหารเสริม ดังนี้

1) การเลือกบริษัทผลิต บริษัทมีมาตรฐานการผลิต GMP นี่ถือเป็นเบื้องต้นที่ต้องพิจารณา ถ้าให้ดีมากขึ้นไปอีกมาตรฐานการผลิตที่ต่างชาติยอมรับ คือ TGA (ออสเตรเลีย), BfArM (เยอรมันนี) และ NSF (GMP ระดับมาตรฐานยาของอเมริกา) ส่วนระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย HACCP ถ้ามีก็จะดีมาก สังเกตให้มากขึ้นไปอีกดูประวัติบริษัท ชื่ือเสียงในตลาด ความรับผิดชอบของบริษัท เรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคถึงผลิตภัณฑ์

2) การเลือกยี่ห้อหรือแบรนด์ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไหนที่ขายในหลายประเทศมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ จากนั้นดูความคุ้มค่าของ ราคากับสิ่งที่จะได้รับจากอาหารเสริมแต่ละชนิดว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หลายแบรนด์ไม่ได้มีโรงงานผลิตเอง ราคาอาจจะสูงเกินคุณภาพของสินค้า ให้เลือกแบรนด์ที่ทำทั้งผลิตและจัดจำหน่ายเองจะดีกว่า สำหรับรางวัลมาตรฐานคุณภาพอาหารเสริมบางแบรนด์ที่ได้รับ จากนิตยสารหรือองค์กรทางการแพทย์ต่างๆ ที่ทำการสำรวจ วิจัยก็เป็นอีกข้อมูลนึงที่ควรพิจารณา

3) การเลือกชนิดของอาหารเสริม เลือกอาหารเสริมชนิดใด ให้เลือกที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในขณะนั้นมากที่สุดก่อน ที่บอกเป็นช่วงเวลาเพราะว่า จะได้เห็นผลที่ชัดเจนกว่า เช่น ถ้าเข้าสู่หน้าหนาว ฝนตก อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้ภูมิต้านทานเราลด ติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียได้ง่าย ไม่ต้องรอให้เป็นไข้ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอแล้วค่อยกินยา ให้กินอาหารเสริมก่อนเลย โดยใช้ กระเทียม ฟ้าทะลายโจร ขิง วิตามินซี เพื่อเสริมภูมิต้านทานไว้ หรือถ้ามีความเครียดบ่อย รู้สึกเพลีย ให้กินโสม กระชายดำ วิตามินบีรวม ส่วนคนที่เป็นโรคความดันเลือดสูง ให้กินน้ำมันปลา วันละ 2-3 แคปซูล ตลอดชีวิตไปเลย สำหรับคนเป็นมะเร็งให้กินอาหารเสริมกลุ่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ นี่คือหลักเบื้องต้นในการใช้เลือกชนิดของอาหารเสริม

ถ้ามีเวลาในการสืบค้นข้อมูลก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ ลองค้นหาดูในอินเตอร์เน็ต อ่านประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์จากเพื่อนๆและพิจารณาให้ดีว่าจริงหรือมั่ว จากนั้นก็ตรวจสอบว่าแหล่งข้อมูลการวิจัยผลิตภัณฑ์ต้องเป็นการวิจัยในระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ไม่ใช่วิจัยเฉพาะของบริษัทนั้นๆและอวดอ้างสรรพคุณตามที่ตนเองวิจัยได้

เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงมากจนเหมือนว่าการกินอาหาร 3 มื้อจะไม่เพียงพออีกต่อไป วิตามินและอาหารเสริมสารพัดอย่างสารพันยี่ห้อจึงวางขายกันเกลื่อน (แถมยังขายดีมากเสียด้วย)

หากเดินเข้าไปในมุมวิตามินและอาหารเสริมของร้านขายยาสักแห่ง เชื่อสิว่าคุณจะต้องมึนกับความหลากหลายของสินค้าในกลุ่มนี้ที่มาพร้อมกับสรรพคุณแตกต่างกัน นั่งคิดจนปวดหัว อ่านจนปวดตัวก็ยังไล่ไม่หมด แต่ก่อนที่จะเลือกคว้าขึ้นมาสักกระปุก ถามตัวเองสักนิดดีไหมว่าคุณรู้จักสิ่งที่เลือกดีแค่ไหน และจำเป็นต้องกินจริง ๆ หรือเปล่า

เมื่อไรที่ควรกินอาหารเสริม

ใช้ชีวิตแบบแย่ ๆ เช่น สูบบุหรี่จัด หรือติดแอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่

กำลังตั้งครรภ์ เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือร่างกายปฏิเสธอาหาร

อยู่ท่ามกลางสภาวะเป็นพิษ ภูมิต้านทานอ่อนกำลังลง สุขภาพอ่อนแอง่ายกว่าปกติ

ก่อนจะซื้ออย่าลืมคำนึงด้วยว่าไม่มีอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่ควรจะเลือกให้เหมาะกับตัวเองเพื่อฟื้นฟูปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย อย่าคิดว่ายิ่งกินมากย่งดี ควรกินตามปริมาณบริโภคที่แนะนำต่อวันเท่านั้น หากเกินปริมาณที่กำหนดไว้ก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้

แนะวิธีกินวิตามินเพื่อสุขภาพ

อยากแข็งแรงต้องกินวิตามินจริงเท็จแค่ไหน การกินวิตามินเพิ่มจะไม่จำเป็นเลยหากคุณยังอายุน้อย ๆ แค่การกินผักผลไม้หลากสีอย่างน้อย 5 กำมือต่อวัน นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ก็พอ แต่ถ้าคุณไม่ผ่านคุณสมบัติข้างต้น การกินวิตามินเสริมก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

สาว ๆ แต่ละวัยควรกินอะไรบ้าง

20+ : สาว ๆ วัยเลขสองร่างกายยังแข็งแรงไม่จำเป็นต้องกินอะไร แต่ถ้าอยากกินจริง ๆ วิตามินรวมสักวันละเม็ดก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย (แต่เป็นเรื่องเสียตังค์)

30+ : พอขึ้นเลขสาม วิตามินรวมหนึ่งเม็ดต่อวันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรขาด แต่ถ้าดื่มสุราหรือทำงานหนักก็ควรเพิ่มวิตามินบีรวมกับพวกสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีและคิวเทนที่จะช่วยให้การดูดวิตามินซีดีขึ้น

40+ : สาวเลขสี่จะเริ่มมีเรื่องโรคประจำตัวต่าง ๆ เข้ามา ก็ควรเน้นพวกอาหารเสริมที่จะเข้าไปช่วยเรื่องโรคนั้น ๆ เช่น หากมีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอลก็อาจจะกินน้ำมันปลาซึ่งมีโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลได้

50+ : ช่วงนี้เป็นใกล้วัยหมดประจำเดือนควรระวังเรื่องกระดูก ให้เสริมพวกแคลเซียมและวิตามินดีมาก ๆ เชื่อไหมว่าสาวไทยกว่า 1 ใน 3 กำลังขาดวิตามินดีและเสี่ยงกระดูกพรุนนะคะ