“เราจะเลือกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอย่างไรดี เลือกยี่ห้อ แบรนด์ไหน ชนิดไหน แบบไหนดี ???” ถือว่าเป็นคำถามที่พบได้บ่อยพอสมควร จึงต้องแจงเป็นข้อๆถึงวิธีการเลือกอาหารเสริม ดังนี้

1) การเลือกบริษัทผลิต บริษัทมีมาตรฐานการผลิต GMP นี่ถือเป็นเบื้องต้นที่ต้องพิจารณา ถ้าให้ดีมากขึ้นไปอีกมาตรฐานการผลิตที่ต่างชาติยอมรับ คือ TGA (ออสเตรเลีย), BfArM (เยอรมันนี) และ NSF (GMP ระดับมาตรฐานยาของอเมริกา) ส่วนระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย HACCP ถ้ามีก็จะดีมาก สังเกตให้มากขึ้นไปอีกดูประวัติบริษัท ชื่ือเสียงในตลาด ความรับผิดชอบของบริษัท เรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคถึงผลิตภัณฑ์

2) การเลือกยี่ห้อหรือแบรนด์ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไหนที่ขายในหลายประเทศมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ จากนั้นดูความคุ้มค่าของ ราคากับสิ่งที่จะได้รับจากอาหารเสริมแต่ละชนิดว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หลายแบรนด์ไม่ได้มีโรงงานผลิตเอง ราคาอาจจะสูงเกินคุณภาพของสินค้า ให้เลือกแบรนด์ที่ทำทั้งผลิตและจัดจำหน่ายเองจะดีกว่า สำหรับรางวัลมาตรฐานคุณภาพอาหารเสริมบางแบรนด์ที่ได้รับ จากนิตยสารหรือองค์กรทางการแพทย์ต่างๆ ที่ทำการสำรวจ วิจัยก็เป็นอีกข้อมูลนึงที่ควรพิจารณา

3) การเลือกชนิดของอาหารเสริม เลือกอาหารเสริมชนิดใด ให้เลือกที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในขณะนั้นมากที่สุดก่อน ที่บอกเป็นช่วงเวลาเพราะว่า จะได้เห็นผลที่ชัดเจนกว่า เช่น ถ้าเข้าสู่หน้าหนาว ฝนตก อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้ภูมิต้านทานเราลด ติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียได้ง่าย ไม่ต้องรอให้เป็นไข้ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอแล้วค่อยกินยา ให้กินอาหารเสริมก่อนเลย โดยใช้ กระเทียม ฟ้าทะลายโจร ขิง วิตามินซี เพื่อเสริมภูมิต้านทานไว้ หรือถ้ามีความเครียดบ่อย รู้สึกเพลีย ให้กินโสม กระชายดำ วิตามินบีรวม ส่วนคนที่เป็นโรคความดันเลือดสูง ให้กินน้ำมันปลา วันละ 2-3 แคปซูล ตลอดชีวิตไปเลย สำหรับคนเป็นมะเร็งให้กินอาหารเสริมกลุ่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ นี่คือหลักเบื้องต้นในการใช้เลือกชนิดของอาหารเสริม

ถ้ามีเวลาในการสืบค้นข้อมูลก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ ลองค้นหาดูในอินเตอร์เน็ต อ่านประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์จากเพื่อนๆและพิจารณาให้ดีว่าจริงหรือมั่ว จากนั้นก็ตรวจสอบว่าแหล่งข้อมูลการวิจัยผลิตภัณฑ์ต้องเป็นการวิจัยในระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ไม่ใช่วิจัยเฉพาะของบริษัทนั้นๆและอวดอ้างสรรพคุณตามที่ตนเองวิจัยได้

เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงมากจนเหมือนว่าการกินอาหาร 3 มื้อจะไม่เพียงพออีกต่อไป วิตามินและอาหารเสริมสารพัดอย่างสารพันยี่ห้อจึงวางขายกันเกลื่อน (แถมยังขายดีมากเสียด้วย)

หากเดินเข้าไปในมุมวิตามินและอาหารเสริมของร้านขายยาสักแห่ง เชื่อสิว่าคุณจะต้องมึนกับความหลากหลายของสินค้าในกลุ่มนี้ที่มาพร้อมกับสรรพคุณแตกต่างกัน นั่งคิดจนปวดหัว อ่านจนปวดตัวก็ยังไล่ไม่หมด แต่ก่อนที่จะเลือกคว้าขึ้นมาสักกระปุก ถามตัวเองสักนิดดีไหมว่าคุณรู้จักสิ่งที่เลือกดีแค่ไหน และจำเป็นต้องกินจริง ๆ หรือเปล่า

เมื่อไรที่ควรกินอาหารเสริม

ใช้ชีวิตแบบแย่ ๆ เช่น สูบบุหรี่จัด หรือติดแอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่

กำลังตั้งครรภ์ เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือร่างกายปฏิเสธอาหาร

อยู่ท่ามกลางสภาวะเป็นพิษ ภูมิต้านทานอ่อนกำลังลง สุขภาพอ่อนแอง่ายกว่าปกติ

ก่อนจะซื้ออย่าลืมคำนึงด้วยว่าไม่มีอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่ควรจะเลือกให้เหมาะกับตัวเองเพื่อฟื้นฟูปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย อย่าคิดว่ายิ่งกินมากย่งดี ควรกินตามปริมาณบริโภคที่แนะนำต่อวันเท่านั้น หากเกินปริมาณที่กำหนดไว้ก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้

แนะวิธีกินวิตามินเพื่อสุขภาพ

อยากแข็งแรงต้องกินวิตามินจริงเท็จแค่ไหน การกินวิตามินเพิ่มจะไม่จำเป็นเลยหากคุณยังอายุน้อย ๆ แค่การกินผักผลไม้หลากสีอย่างน้อย 5 กำมือต่อวัน นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ก็พอ แต่ถ้าคุณไม่ผ่านคุณสมบัติข้างต้น การกินวิตามินเสริมก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

สาว ๆ แต่ละวัยควรกินอะไรบ้าง

20+ : สาว ๆ วัยเลขสองร่างกายยังแข็งแรงไม่จำเป็นต้องกินอะไร แต่ถ้าอยากกินจริง ๆ วิตามินรวมสักวันละเม็ดก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย (แต่เป็นเรื่องเสียตังค์)

30+ : พอขึ้นเลขสาม วิตามินรวมหนึ่งเม็ดต่อวันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรขาด แต่ถ้าดื่มสุราหรือทำงานหนักก็ควรเพิ่มวิตามินบีรวมกับพวกสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีและคิวเทนที่จะช่วยให้การดูดวิตามินซีดีขึ้น

40+ : สาวเลขสี่จะเริ่มมีเรื่องโรคประจำตัวต่าง ๆ เข้ามา ก็ควรเน้นพวกอาหารเสริมที่จะเข้าไปช่วยเรื่องโรคนั้น ๆ เช่น หากมีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอลก็อาจจะกินน้ำมันปลาซึ่งมีโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลได้

50+ : ช่วงนี้เป็นใกล้วัยหมดประจำเดือนควรระวังเรื่องกระดูก ให้เสริมพวกแคลเซียมและวิตามินดีมาก ๆ เชื่อไหมว่าสาวไทยกว่า 1 ใน 3 กำลังขาดวิตามินดีและเสี่ยงกระดูกพรุนนะคะ

คนยุคใหม่หลายคนเริ่มหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจัง ด้วยการกินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สำหรับอาหารเสริมหรือ food supplements นั้นก็ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ วิตามินและอาหารเสริมนั้นจะให้กับผู้ที่ออกกำลังกายใน 3 ช่วงด้วยกัน

1. ช่วงก่อนออกกำลังกาย
2. ช่วงระหว่างการออกกำลังกาย
3. ช่วงการฟื้นฟูร่างกาย

ช่วงแรก คือช่วงเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนออกกำลังกายอย่างจริงจัง ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้ช่วงอื่น คนเล่นกีฬาเป็นคนที่ร่างกายต้องทำงานหนัก แทบจะไม่ได้หยุดพักเลย เพราะฉะนั้นการเสื่อมของร่างกายจะค่อนข้างเร็วกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ในช่วงแรกนี้ สัดส่วนของอาหารเสริมมีความสำคัญมากเช่นกันเพราะว่าอาหารที่มีประโยชน์จะใช้ในการสร้างพลังงานและกล้ามเนื้อ บางคนถามว่าช่วงเวลาก่อนออกกำลังกายนั้น พวกเขาจะต้องกินอะไรกันบ้าง ในความเป็นจริงแล้วคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน เลือดและเซลล์ในร่างกายต่างกัน สารอาหารที่ได้รับก็ย่อมจะแตกต่างกันออกไปด้วย ซึ่งไม่มีสูตรการกินที่ตายตัว จะเน้นดูเป็นรายละเอียดของแต่ละบุคคล โดยการเอาเลือดไปวิเคราะห์ว่าปริมาณวิตามินในตัวเขามีเท่าไหร่ มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง ความดันขณะที่เล่นกีฬาเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นก็จะจัดสัดส่วนอาหารให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล นักกีฬาเป็นกลุ่มที่ต้องการสารต้านอนุมูลอิสระเยอะมากเช่นกัน หากได้รับไม่เพียงพอร่างกายจะทรุดโทรมรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบางอย่างที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญ นำไขมันและคาร์โบไฮเดรตมาใช้เป็นพลังงาน นั่นคืออาหารเสริมในตระกูลวิตามินบีต่างๆ

ช่วงที่ 2 ระหว่างการออกกำลังกาย จะให้พวกกรดอะมิโนบางตัว ช่วยพาไขมันเข้าไปในเซลล์เพื่อสร้างเป็นพลังงาน
ช่วงที่ 3 เป็นช่วงหลังการออกกำลังกาย เป็นช่วงที่สำคัญมาก เป็นการฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายให้กลับมาเหมือนเดิม วิตามินที่เราจะให้ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระพวกตระกูล ซี อี เป็นตัวช่วยรับมือกับของเสียต่างๆ ช่วยขจัดของเสียให้ออกจากร่างกายและกรดอะมิโนที่เข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายใน

อาหารไม่สามารถกะเกณฑ์ได้อย่างชัดเจนเพราะขึ้นอยู่กับชนิดของกีฬาแต่ละประเภทมากกว่า อย่างเช่น นักวิ่ง หรือกลุ่มที่ยกน้ำหนัก สารอาหารประเภทวิตามินจะสำคัญมากเป็นพิเศษ ถ้าเป็นกีฬาบางอย่างที่ต้องใช้สมาธิสูง ก็จะกินสารอาหารที่บำรุงสมองเป็นหลัก สำหรับคนทำงาน ไม่ได้ออกกำลังกายหนักเหมือนนักกีฬาอาชีพ จะเน้นกินอาหารจากธรรมชาติเป็นหลัก แล้วค่อนเสริมวิตามินและอาหารเสริมเข้าไป แต่ละคนมีเป้าหมายของตัวเองไม่เหมือนกัน สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ การกินอาหารให้ถูกวิธี ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเวลาที่คนไข้มาพบจะเน้นดูภายใน ดูที่ระบบเลือด เซลล์ในร่างกายต่างๆ อย่างบางคน หากประวัติการตรวจสุขภาพที่ผ่านมาพบว่ามีประวัติป่วยเป็นโรคเบาหวาน หรือมีระดับคอเลสเตอรอลค่อนข้างสูง เราก็จะเลือกวิตามินที่เหมาะสมกับตัวเรา ขอฝากไว้ว่าถ้าเราดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ร่างกายย่อมจะแข็งแรงยาวนานอย่างแน่นอน

เนื่องจากวิถีชีวิตอันเคร่งเครียดท่ามกลางมลภาวะของคนไทยเดี๋ยวนี้ เป็นแรงผลักดันให้อาหาร เสริม เข้ามามีบทบาทต่อผู้ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ อาหารเสริมจำเป็นหรือไม่ อาหารเสริมจำเป็นแค่ไหนมีวิธีการเลือกซื้อเลือกกินอย่างไร แพทย์ส่วนใหญ่ถือว่า การรับประทานอาหารได้ครบถ้วนอาหารเสริมไม่ได้ให้ประโยชน์อะไร แต่แพทย์บางท่าน เห็นความจำเป็นเพราะวิถีชีวิตของคนเราในปัจจุบันต่างจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ หากผู้ ที่มีรายได้เพียงวันละ 100 บาท ต้องมาเสียเงินซื้ออาหารเสริมวันละ 10 บาท ไม่ เหมาะสมแน่ เพียงรับประทานผัก-ปลา ก็ได้สารอาหารครบถ้วนแล้ว แต่ผู้ที่มีกิจวัตร ประจำวันค่อนข้างเร่งรีบและเครียด รับประทานอาหารไม่ครบทุกหมู่ ทุกมื้อและมี เงินทองเหลือเฟือ การซื้ออาหารเสริมขวดละไม่แพงนัก เมื่อเทียบกับไวน์ขวดละเป็น แสนบาทรับประทานคงเป็นประโยชน์ที่คุ้มค่าทีเดียว

อาหารเสริมเพื่ออะไร อาหารเสริมมีส่วนช่วยป้องกันโรคบางอย่างได้ ส่วนวัตถุประสงค์หลักของคนไทยที่หัน มาสนใจอาหารเสริม คือ เพื่อการลดน้ำหนัก ซึ่งมักเป็นผู้หญิง นอกจากนี้คนไทยนิยม อาหารเสริมในกลุ่มวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินรวม วิตามินอีและซี สำหรับผู้ชายรับ ประทานอาหารเสริมเพื่อบำรุงสมอง และบำรุงกำลัง เช่น โสม บิโลบ้า นอกจากนี้ยังมี กลุ่มที่ไปรับประทานอาหารเสริมเพื่อคลายเครียด ได้แก่กลุ่มวิตามินบี ซึ่งยังไม่ มีรายงานทางการแพทย์สนับสนุนว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด

เลือกบริโภคอย่างไร หลักการเลือกอาหารเสริมอย่างง่าย ๆ คือความต้องการของแต่ละคนผู้ที่รู้สึกเคร่ง เครียด ควรเสริมด้วยวิตามินรวม ถ้าเป็นผู้หญิงควรรับประทานวิตามินรวมที่มีเหล็ก ด้วย นอกจากนี้วิตามินกลุ่ม “แอนตีออกซิแตนท์” ซึ่งได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี และเบตาแคโรทีน ซึ่งมีรายงานการแพทย์ว่าสารอาหารกลุ่มนี้ช่วยลดการเสื่อมสภาพของ ร่างกาย ส่วนผู้หญิงอายุตั้งแต่ 35-40 ปีขึ้นไป ควรเลือกกลุ่มเสริมแคลเซียม เนื่องจากกระดูก เริ่มบาง ตั้งแต่วัยนี้แล้ว ไม่ได้เริ่มในวัยหมดประจำเดือน อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน นอกจากนี้ไม่จำเป็นว่าต้องรับประทานสูตรเดียวตลอดทุกวัน เช่น บางวันรู้สึกใกล้ เป็นหวัด อาจรับประทานวิตามินซีมากกว่าปกติ เป็นต้น

หลายคนสงสัยว่ามีอันตรายหรือไม่หากรับประทานมากเกินไป วิตามินที่ละลายในน้ำ เช่น บีและซี หากรับประทานมากเกินไปจะถูกขับถ่ายออกทาง ปัสสาวะ ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมัน อาจสะสมในร่างกายได้ จึงเกิดอันตรายได้ จึง ควรบริโภคในขนาดที่แนะนำเพื่อความปลอดภัย แร่ธาตุอื่น ๆ ก็เช่นกัน เช่น แคลเซียมระดับที่ปลอดภัย คือ 800-1,000 มก./วัน
ส่วนปัญหาคาใจที่ว่าโปรตีนเม็ดทำให้อ้วนหรือไม่


อาหารเสริมมีความสำคัญกับคนเราในยุคปัจจุบันเนื่องจากในปัจจุบันนี้ เป็นยุคของการแข่งขันจึงไม่ค่อยมีเวลาในการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และในบางมื้ออาหาร เนื่องจากเวลาที่รีบเร่ง จึงอาจขาดสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นแก่ร่างกายได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารให้ครบตามหลักโภชนาการ อาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ร่างกายขาดไปในแต่ละมื้อได้อย่างครบถ้วนขึ้นช่วงอายุต่างๆและร่างกายแบบใดที่ควรรับประทานอาหารเสริมอะไรบ้าง

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัย4 ที่สำคัญในการดำรงค์ชีวิตอันประกอบด้วยอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิตอย่างมีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย อาหารหลักที่ร่างกายต้องการประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน น้ำ นอกจากอาหารหลักเหล่านี้แล้ว ร่างกายจำเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระประเภทต่างๆ เพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย เช่น การเผาผลาญเพื่อให้เกิดพลังงาน การเสริมสร้าง ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ การสร้างภูมิต้านทาน และสารต้านการอักเสบ

โดยทั่วไปแล้วเราทุกคนควรได้รับอาหารเสริมเพราะวิตามินบางชนิดร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองต้องได้จากการรับประทานเท่านั้นเช่น แอสตาแซนทีน ซึ่งเป็นสารแคโรตีนอยด์ที่พบในธรรมชาติ และร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ จึงต้องได้จากการรับประทานซึ่งมีอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก เช่น เนื้อปลาแซลมอน ขนาด 200 กรัม มีแอสตาแซนทีนอยู่เพียง 1 มิลลิกรัม เท่านั้น สารนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอี เบตาแคโรทีน และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น นอกจากนั้นยังช่วยเสริมความงามของผิวพรรณ จากภายในสู่ภายนอก ลดอาการผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหยาบกร้าน ริ้วรอย เหี่ยวย่น อีกทั้งเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพของการย่อยและดูดซึมที่ลดลง จำเป็นต้องรับเพิ่มจากอาหารเสริมพื่อเสริมประสิทธิภาพของตับ

อาหารเสริมช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และอายุอ่อนเยาว์ได้จริงหรือไม่อย่างไรบ้าง ซึ่งหลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัย คือการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลในทุกๆ ด้าน ด้วยการแพทย์แบบผสมผสาน (Integrative medicine) ทั้งการรักษารูปร่าง น้ำหนักตัวให้พอเหมาะ ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป ได้รับอาหารสุขภาพและการใช้ชีวิตในแนวทางสุขภาพดี ตลอดถึงการมีสุขภาพจิตที่ดี เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายเราก็มีความเสื่อมที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ความพร่องของระบบย่อยและดูดซึม ระบบฮอร์โมน ภูมิต้านทาน ล้วนส่งผลให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นลดลง และมีการสะสมของสารพิษ ของเสีย โลหะหนักในร่างกายมากขึ้น ส่งผลให้เซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเราเสื่อมลง หรือตายลง ทำให้เราแก่ลงและอาจป่วยเป็นโรคต่างๆ หากเราต้องการให้เซลล์และอวัยวะในร่างกายแก่ช้า เช่น ริ้วรอยเหี่ยวย่นลดลง จำเป็นต้องได้รับวิตามินซีเพื่อเสริมการสร้างคอลลาเจนนอกจากนั้นอาจต้องใช้เครื่องมือแพทย์ประเภทเลเซอร์สำหรับยกกระชับ ปรับสภาพรูขุมขน การนวดกระตุ้นระบบไหลเวียนน้ำเหลืองบริเวณใบหน้า ลำคอ และทั่วร่างกายก็เป็นส่วนเสริมสำหรับการชะลอวัยทั้งระบบ

ดังนั้นการรับประทานวิตามินและอาหารเสริม เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุที่อ่อนเยาว์ได้ จึงจำเป็นต้องเติมเต็มหลายๆรูปแบบตามหลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัยและการแพทย์แบบผสมผสานร่วมไปด้วย